2007.01.06
ไปกิน Cup B + ถ่ายโปรโมต Collection ใหม่ Sweet Alice
วันศุกร์นัดกะแอนนาว่าจะไปถ่ายรูปโปรโมทร้าน
ตอนแรกกะจะไปที่ บาปอันหอมหวาน (Sweet Sin)
แต่ก่อนหน้านั้น ตอนไปแรดกะโย โฉบไป พบว่า
"หยุดวันที่ 1-5 วันที่ 6 เปิดตามปกติ"
....
....
แม่เจ้า
ทำไมต้องหยุดวันที่ชั้นจะไปด้วยฟระ
ชิบlost แล้วไง
จะไปใฃ้ที่ไหนดี ที่มันคนเงียบ ๆ หน่อย นั่งหลั่นล้านาน ๆ ได้
Vanilla Industry ขืนนั่งแบบนั้น โดนไล่แหงม
ไม่ได้ๆ
นึกไปนึกมา ก็ เอ๊ะ Cup B ไง
เปิดมานาน
เดินผ่านบ่อย
ใกล้ ๆ ร้านเปิ้ล ๆ ด้วย
แต่...
ทำไมไม่เคยกินฟระ
เลย เอ้า ไปกิน Cup b กัน
************************************
มาดูร้านกันหน่อยดีก่า บรรยากาศดีใช้ได้เลย





ของที่เราสั่งมากิน ทิรามิสุ low fat

before

after!!!!!
กินหมด แต่ พูดตามตรงว่าเลี่ยนมาก ๆ ทั้ง ๆที่เป็น Low Fat แถม มันเหมืิอนขาดบางอย่าง แล้วมีบางอย่างเกินมา
สรุปร้านนี้ ขนมไม่ผ่านมาตรฐานเรา (ที่ติดอะกาลิโกไปแล้ว) ราคาก็แพง (ทิรามิสุแถว BTS ถูก + อร่อยกว่า) แต่บรรยากาศเนี่ย ให้ไปเลย เต็ม ๆ
ว่าง ๆ อาจจะแวะไปอ่านหนังสือที่นั่น
******************************************************************
กินกันอิ่มหน่ำ ก็ได้เวลารั่ว
ภาพทุกภาพ โดยน้อง VS2 เจ้าเก่าจ้า
นางแบบคอ -Mitsuki
นางแบบหู - Mitsuki + Nekoi
Sweet Alice New Collection
Born to be Lolita





Gothic Lolita




กระต่ายหูตก





ปลอกคอแมว








งานฝีมือแอนนา ที่พึ่งเอามาส่ง

ส่วนนี่ ไม่ใช่ของขาย (อยากขายแต่หาของไม่ได้) โชคเกอร์โกธิคแวมไพร์ของแอนนา

************************************************
วันนี้เข้าไปดูเวปของ Angelic Pretty แล้วเกิดอาการเซี่ยน อยากได้ขึ้นมาทันที
ชุดนี้อ่ะ



ชุดก็น่ารัก



หูน่ารักมาก ๆ กรี๊ดดดด
อยากได้มากมาย
จาอาวกลับบ้านนนนน
************************************************
โชคดีทุกคนนะคะ ขอให้รอดจากเหตุร้าย ๆ ได้

มาดื่มกันหน่อยมั๊ยยย
รักทุกคนนะคะ
ps. ใครไปงาน Comic Party อาจจะได้เจอกันนะคะ
pss. แอนนาคอยาว ยิ่งซูมแค่คอ ยิ่งยาว หมิงบอกว่าเป็นส่วนที่สวยที่สุดในตัวแอน แต่เราว่า เป็นส่วนที่น่าขย้ำมากที่สุดตะหาก
02:55 Posted in Bekery, CosPlay, Diary, Tea Party | Permalink | Comments (1) | Email this
2006.12.31
Happy New Year + ของขวัญปีใหม่ให้ทุกคน
เอาหล่ะ เช้า(?)วันสุดท้ายของปีแล้ว
เอาเมนูมาฝากทุก ๆ คน
อยากทำให้นะ แต่ มันคงไม่ได้หรอก
วัตถุดิบแพงโคตร
สิ่งนั้น มันคือเมนูง่าย ๆ ที่ให้ชื่อว่า "เมนูคุณหนูทำงานไม่เป็น"
ที่ต้องเรียกแบบนี้ เป็นเพราะ
วิธีมันง่ายมาก ๆ ไม่ต้องมีทักษะ ก็ทำได้ แต่ ราคาวัตถุดิบ ร่วม 400 ได้
เข้าเรื่องกันดีกว่า
*~Blueberry Cheese Pie~*
ส่วนผสมพายครัสต์
-ขนมปังบุหรี่บดหยาบ
-เนยสด(เค็ม)ละลาย 1 ก้อน
-น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสมครีมชีสพาย
-ครีมชีส 250 กรัม
-นมข้นหวาน 1 กระป๋อง (390 ml)
-บลูเบอร์รี่พายฟิลลิ่ง 1 กระป๋อง
-น้ำมะนาว ตามชอบ
-เจลาตินผง 1 ช้อนโต๊ะ ละลายในน้ำร้อน 1/3 ถ้วยตวง คนให้ละลายดี พักไว้อุ่น ๆ

วิธีทำพายครัสต์
1. อุ่นเตาอบไว้ที่ 220 oC
2. ผสมขนมปังบุหรี่ป่น เนยละลาย และน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน
3. กรุลงพายขนาด 8 นิ้ว
4. อบในเตาอบประมาณ 10 นาที

วิธีทำครีมชีสพาย
1. ตีครีมชีส(ที่ทิ้งไว้ให้นิ่มเล็กน้อย)จนขึ้นฟู เติมนมข้นหวานลงไป ตีให้เข้ากัน
2. เติมน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ใส่เจลาตินละลาย ผสมให้เข้ากัน
3. เทใส่ฐานพาย เกลี่ยให้ทั่ว แล้วราดด้วยบลูเบอร์รี่ฟิลลิ่ง



สูตรนี้ได้ประมาณ 5 ถาด
Comment
-ขนมปังบุหรี่น้อยเกินไป ทำให้แป้งพายบาง
-น่าจะรอให้ครีมชีสเซ็ตตัวก่อน แล้วค่อยราดฟิลลิ่ง (ใจร้อนไป)
-5ถาดมากไป น่าจะซัก 4 ถาดก็พอ
-คราวหน้าจะลองทำแบบ size 1 คนกิน แบบใส่ถ้วยใส ๆ เป็น layer
ใครว่าง ๆ เบื่อ ๆ ลองทำได้
ชิมแล้ว อร่อยมากกกกกก แต่มัน อ้วนสุด ๆ เลยหล่ะ
แล้วพบกันปีหน้าฟ้าใหม่นะค๊า
00:20 Posted in Bekery | Permalink | Comments (2) | Email this
2006.09.16
Project : สำรวจสถานที่ครั้งที่ 1 [Agalico]
ร้านอะกาลิโก เป็นร้านชาที่ได้ยินชื่อมานานพอดูแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปซักที เนื่องด้วยทองหล่อ แอบไกล(ในความรู้สึกที่ว่า ไกลกว่าEmporiam ก็ถือว่าไกลมาก) บวกกับชื่อร้านที่ไม่ชวนดึงดูดใจนัก (แต่ก็คิดว่าแปลกดี) แต่ก็แอบได้ยินมาว่า Cream Tea Set ที่นี่สุดยอดอยู่เหมือนกัน จนกระทั่งได้อ่าน Ray เล่ม 1 ที่แนะนำร้านนี้ โอ้ บรรยากาศ สุดยอดด แบบนี้ ต้องไปให้ได้
แต่โอกาสจะได้ไปเนี่ย ยากชะมัด เนื่องด้วยร้านนี้ เปิดเพียงศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลา 10โมงถึง6โมงเย็นแค่นั้นเอง วันศุกร์ เราก็มีLab เสาร์อาทิตย์ ถ้าไม่มีอะไรก็อยากอยู่บ้านนิ
วันนี้ ด้วยอารมณ์ว่าบ่ายมันว่าง + หงุดหงิดที่เมื่อวันอังคารชวดการไปเรือนบุษบาไฮที (เพราะท้องเสีย) ทำให้ ยังไง ก็ต้องไปหาร้านชาดี ๆ ซักร้านกินให้ได้ (ผ่อนคลายอารมณ์หลังจบการSeminar)
แต่กว่าจะได้ออกจากห้องคอมคณะ ก็ปาเข้าไป 3 โมงเย็น กรี๊ดๆๆๆๆๆ แย่แล้ว แถม ความที่รีบร้อนสุด ๆ ทำให้ลืมแฟ้มไว้ที่โต๊ะคอม(Thx คริสตี้จ้า ที่เก็บไว้ให้) No~~~~~~~ ในนั้น มีข้อมูลร้านที่สู้อุตสาห์หามาร่วมอาทิตย์ พร้อมแผนที่ร้าน ไม่น๊า~~~~~ ร้านนี้ไม่มีป้ายชื่อด้วย เอาวะ ไปด้วยเซนต์แล้วกัน
กว่าจะไปถึงร้านไม่ซิ สุขุมวิท 51 ก็ประมาณ 4 โมงได้ เดินเข้าไปอย่างมุ่งมั่น เอ....นั่นรึป่าวหว่า ตึกฝรั่งสีขาว แต่ เอ๊ ในแผนที่มันดูไกลกว่านี้นี่นา??? คงไม่ใช่มั๊ง......สรุปเดินเข้าไปลึกมาก จนคุยกะแอนว่า นี่มันลึกเกินไปแล้ว เลยลองย้อนกลับออกมาถามยามที่ตึกขาว ๆ หลังนั้น
“พี่คะ ร้านอะกาลิโกอยู่ตรงไหนคะ”
“ตรงนี้หล่ะครับ” พร้อมผายมือไปด้านหลัง
เพล๊งงง หน้าแตกนิหน่อย แต่ก็เดินเข้าไปซะแล้วหล่ะ
บรรยากาศในร้าน เรียกได้ว่า สุดยอดมาก ๆ สีขาวแต่งเป็นหลัก เหมือนบ้านมากกว่าร้านซะอีก ดูแล้วอบอุ่นดีจัง เดินๆๆๆ เอ๊ นั่งไหนดี เอ๊ ดูของกินก่อนดีกว่า สุดท้ายก็สั่งชาลาเวนเดอร์ (Potละ 85) กับHome Made Scone(2ก้อน 95) เอาหล่ะ จะนั่งไหนดีละ ตอนแรกพี่ในร้านชี้ไปกลางร้านที่มีSofa-Bed วางอยู่ อืมม ก็น่าสนนะ แต่พอพี่อีกคนบอกว่า ชั้นลอยว่างนะน้อง ด้วยความที่ครั้งนี้มาสำรวจสถานที่ เราก็เดินขึ้นไปทันที
ขอบอก ชั้นลอยที่มีโต๊ะแค่ตัวเดียวเนี่ย สุดยอด บรรยากาศเป็นส่วนตัวมาก ๆ แถมมีตู้ใส่กระป๋องชาเต็มไปหมด ไอ้เราก็กรี๊ดของพวกนี้อยู่แล้ว เลยยิ่งกรี๊ดเข้าไปใหญ่
นั่งคุยเมาท์แตกและถ่ายรูปกันซักพัก ของกินก็มา โอ้ว จอร์จ Cream Tea เนี่ย มันเป็นเช่นนี้นี่เอง Scone ก้อนใหญ่เต็มผ่ามือ อุ่น ๆ กำลังดี 2 ก้อนในตะกร้าหวาย เสิร์ฟพร้อม วิปครีมและแยมสตอร์เบอร์รี่ (ที่มีลูกสตอร์เบอร์รี่เต็มไปหมด) ชาลาเวนเดอร์(Brand Agalico)ในชุดน้ำชาสีขาวสะอาด โอ้ว สุดยอดดด
Scone เนื้อนุ่มแต่ร่วน ตามแบบฉบับ Home Made (แต่ทำให้ผ่าครึ่งได้ยาก จะหักทุกที) หอมกรุ่นกลิ่นเนยกำลังดี เมื่อโปะแยมกับวิปเย็น ๆลงไป โอ้ว สุดยอดดด จิบพร้อมน้ำชาอุ่น ๆ (ตอนแรก ร้อนมาก แทบลวก) นี่หล่ะนะ ความสุขของน้ำชายามบ่าย
จริง ๆ ตอนโปะครีมกะแยม แอบนึกถึงวิธีที่อยู่ในหนังสือ So Sweet เหมือนกัน จำได้ว่ามีวิธีนึงต้องใส่ครีมก่อน อีกวิธีใส่แยมก่อน ไอ้เรารึ ก็แบบว่า แล้วมันต่างกันยังไง (ฟระ) พอสลับบนลงล่างมันก็คือกันไม่ใช่เรอะ
หลังจากชื่นชมความสุนทรีย์ของน้ำชายามบ่าย อิ่มอร่อยกับCream Tea สุดหรู ก็ลงมาจ่ายตังค์ พร้อมเนียนถามหาห้องน้ำ (โอ้ว ห้องน้ำสีม่วงทอง)
หลังจากนั้น ก็ออกไปเดินดูสวนด้านนอก ที่แต่งสไตล์บาหลี (แต่ถ้าเลือกมุมดี ๆ มันก็เป็นอังกฤษได้) ในสวนก็มีโต๊ะให้นั่งดื่มชาเช่นกัน บรรยากาศธรรมชาติดีไปอีกแบบ
สำหรับของกิน นอกจากที่ได้พูดถึงไปแล้วขนมอบHomemade น่ากินเยอะแยะ คิช ของคาวเพียงอย่างเดียวน่ากินมาก ๆ ส่วนเครื่องดื่ม ชามีให้เลือกหลากหลายStyle นอกจากนี้ ได้ยินว่า พันช์ก็อร่อย แถม แอบเห็นโกโก้ปั่น(?) น่ากินมาก ๆ
สรุปว่า วันนี้ได้ที่ดี ๆ มาอีกที่
มาดูรูปกันดีกว่า แอบมืดไปหน่อยเพราะใช้กล้องมือถือ + มันเย็นแล้ว (ประมาณ 4-5 โมงได้)

บรรยากาศหน้าร้าน
ในร้าน




ทางขึ้นชั้น 3 (ห้องน้ำ)




ทางขึ้นชั้นลอย





มุมนี้ ชอบมาก

สวนหลังร้าน





ของกิน

Cream Tea Set

กินได้ไม่เป็นสุภาพสตรีเลย ชั้น

Set Scone ที่หายไปแล้ว 1 ก้อน

Scone


ใบชา ใส่ให้เยอะมาก
ห้องน้ำ



กระป๋องชา สุดยอดด


อันนี้น่ารักทั้งลายทั้งขนาด (สูงเ่ท่าผ่ามือเอง)
Tips
รู้รึป่าว ว่า Cream Tea คืออะไร?
ครีมที ไม่ใช่ชาใส่ครีมนะคะ ^^ แต่เป็น Afternoon Tea ที่เสิร์ฟชาพร้อมสคอน แยม(สีแดง) และคลอตเต็ตครีม เท่านั้น
ข้อมูลจาก หวานจับใจ:So Sweet

00:30 Posted in Bekery, Diary, Tea Party | Permalink | Comments (2) | Email this
2006.07.12
Cream Puff again
กลับมาอีกครั้งกับ Cream Puff ร้าน Bread Papa คงไม่มีอะไรมาพูดอีกมากมาย แต่ คราวนี้ จะเอารูปของจริงมาให้ดูกัน


ถุงใส่ สำหรับขนานไม่เกิน 5 ชิ้น (5ชิ้น หรือ 10 ชิ้น จะลงกล่องกระดาษงาม ๆ)

ห่อกระดาษมาให้เรียบร้อย พร้อมกิน และไม่เปรอะมือ

กระดาษห่อก็มีlogo

อ้ำ~~~ ครีมคัสตาร์ด ไหลเยิ้ม

อาหย่อยย

ในครีมมีจุดดำ ๆ จากการใช้วานิลาแท้ มันช่างง สุดยอดดดดดด
22:50 Posted in Bekery, Diary, Shopping, Tea Party | Permalink | Comments (1) | Email this
2006.06.29
ความรู้เรื่องแป้งสาลี
แป้งสาลีเป็นแป้งที่ทำมาจากข้าวสาลี ใช้ทำขนมและอาหารได้หลายอย่าง เช่น ปาท่องโก๋ ขนมปัง โรตี เค้ก พาย คุกกี้ เกี๊ยว บะหมี่ ซาลาเปา ขนมเปี๊ยะ ฯลฯ
ในปัจจุบันแป้งสาลีที่ผลิตและออกจำหน่ายในท้องตลาดมีอยู่ด้วยกันหลายตราหลายยี่ห้อ แล้วแต่บริษัทผู้ผลิตจะกำหนด แต่ถ้าจะแบ่งชนิดของแป้งสาลีออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ จะแบ่งได้ 3 ชนิด คือ
1. แป้งขนมปัง เป็นแป้งชนิดหนักมีโปรตีนสูง ต้องใช้ยีสต์หรือแป้งเชื้อเป็นตัวทำให้ขึ้นฟู เนื้อแป้งหยาบ เหมาะที่จะใช้ทำขนมปัง หรือขนมที่มีลักษณะคล้ายขนมปัง เช่น โดนัทยีสต์ พิซซ่า ปาท่องโก๋ โรตี หรือ ผลิตภัณฑ์จำพวกเส้นบะหมี่ แผ่นเกี๊ยว แป้งขนมปังที่มีจำหน่ายในท้องตลาด เช่น แป้งตรานกอินทรี แป้งตราห่าน แป้งตรากำแพงเมืองจีน
2. แป้งเค้ก เป็นแป้งชนิดเบาเนื้อแป้งละเอียด มีโปรตีนต่ำกว่าแป้งขนมปัง เหมาะที่จะใช้ทำขนมเค้ก และขนมที่มีเนื้อละเอียด เบา ฟู เช่น ขนมปุยฝ้าย ซาลาเปา แยมโรล ขนมไข่ แพนเค้ก ฯลฯ แป้งชนิดนี้ ใช้ผงฟู หรือเบคกิ้งโซดา เป็นตัวทำให้ฟู แป้งเค้กที่มีจำหน่ายในท้องตลาด เช่น แป้งตรากิเลนแดง แป้งตรากิเลนเขียว แป้งตราพัดโบก แป้งตราบัวแดง
3. แป้งสาลีธรรมดา หรือแป้งอเนกประสงค์ เป็นแป้งที่ทำมาจากข้าวสาลีชนิดเบาและหนักผสมกัน จึงเป็นแป้งที่ทำขนมจากแป้งสาลีได้ทุกอย่าง แต่ลักษณะของเนื้อขนมที่ได้จะต่างกับที่ใช้แป้งเฉพาะอย่างบ้างเล็กน้อย เช่น ถ้าใช้ทำขนมปัง ความหนืดของเส้นใย ขนมปังจะไม่ดีเท่ากับใช้แป้งขนมปังโดยตรง หรือเค้กที่ทำจากแป้งอเนกประสงค์ จะได้เนื้อขนมไม่นุ่ม หรือเนื้อละเอียดเท่ากับใช้แป้งเค้ก แต่แป้งชนิดนี้จะราคาถูกและหาซื้อง่ายกว่าแป้งชนิดอื่น แป้งอเนกประสงค์ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด เช่น แป้งตราหัวกวาง แป้งตรากบ แป้งตราว่าว
ลักษณะของแป้งสาลีที่ดี
เพื่อที่จะได้ขนมคุณภาพดี ควรใช้แป้งสาลีที่มีลักษณะดังนี้
1. สีขาวสะอาด เนื้อละเอียด ไม่มีสิ่งเจือปน
2. แห้งสนิท ไม่มีตัวมอด ไม่มีกลิ่นสาบ
วิธีเก็บแป้งสาลี
1. เก็บในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท เพราะถ้าแป้งมีความชื้นสูงจะทำให้แป้งเป็นตัวและขึ้นราได้ง่าย
2. เก็บในที่มีอุณหภูมิต่ำ ๆ เช่นเก็บไว้ในตู้เย็น
กรรมวิธีในการทำผลิตภัณฑ์อาหารจากแป้งสาลี
ผลิตได้ 4 วิธี คือ
1. ทอด
1.1 ทอดด้วยน้ำมัน ได้แก่ ปาท่องโก๋ โรตี ขนมหัวเราะ ขนมไข่นกกระทา โดนัท
1.2 ทอดไม่ใช้น้ำมัน ได้แก่ แพนเค้ก ขนมโตเกียว วอฟเฟิล ฯลฯ
2. อบ ได้แก่ ขนมปังต่าง ๆ เค้ก พาย พิซซ่า คุกกี้ ขนมเปี๊ยะ แยมโรล ฯลฯ
3. นึ่ง ได้แก่ ซาลาเปา ปุยฝ้าย ฯลฯ
4. ลวก เช่น เส้นบะหมี่ แผ่นเกี๊ยว
ที่มา http://dnfe5.nfe.go.th/ilp/occupation/45307/307.1.html
17:18 Posted in Bekery | Permalink | Comments (0) | Email this
2006.06.22
Bekery Sewing Set
22:53 Posted in Bekery, Pix from Net, Tea Party | Permalink | Comments (2) | Email this
2006.06.20
ศัพท์เฉพาะที่ใช้ในวงการเบเกอรี่
ถ้าจะพูดถึงการทำเบเกอรี่คงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผู้ที่เคยมีประสบการณ์ หรือผ่านงานด้านนี้มาก่อน แต่สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มฝึกฝน หรือเริ่มสนใจคิดที่จะทำเบเกอรี่แล้ว การทราบความหมายของคำ
ศัพท์เฉพาะที่ผู้อยู่ในวงการเบเกอรี่นิยมใช้กัน จะทำให้ท่านเข้าใจการทำเบเกอรี่ได้ง่ายขึ้น
ตีขึ้นฟูเบา หมายถึง การตีไขมัน เช่น เนยสด มาการีน หรือเนยขาว จนส่วนผสมมีลักษณะเป็นครีมสีขาว มีปริมาตรเพิ่มมากขึ้น เมื่อใช้นิ้วแตะดู จะนิ่มมือ ไม่เหนียวต้านมือ คำว่า “การตีขึ้นฟูเบา” จะใช้ในการตีครีมปาดหน้าเค้ก การตีคุกกี้ การตีเค้กเนย ที่ต้องการให้ไขมันมีการจับอากาศ ฟูและเบา
ตีไข่ให้ข้นขาว หมายถึง การทำเค้กไข่ เช่น แยมโรล สปันจ์เค้ก จะตีไข่จนได้ปริมาตรสูงสุด และมีลักษณะที่ข้น มีสีขาวนวล ตีไข่ให้ข้นอยู่ตัว หมายถึง การทำเค้กไข่หลังจากตีไข่จนข้นขาวแล้ว เปลี่ยนเป็นความเร็วปานกลางของเครื่อง เติมน้ำตาลทรายตีต่อจนส่วนผสมอยู่ตัว สังเกตได้จากการที่เราปิดเครื่องตี จะยังคงเห็นริ้วของรอยตะกร้อชัดขึ้น หรือทดสอบได้โดยใช้พายยางกรีดดู ก็จะเห็นเป็นรอยกรีดของพายยางอยู่
ตีไข่ขาวตั้งยอดแข็ง หมายถึง การตีไข่ขาวด้วยความเร็วสูงสุดของเครื่อง จนกระทั่งปริมาตรของไข่เพิ่มมากขึ้น แล้วปิดเครื่อง จากนั้นยกหัวตะกร้อขึ้นดู จะเห็นว่าเป็นยอดแหลม เมื่อเขย่าตะกร้อแล้ว ยอดไม่ล้ม ก็แสดงว่าไข่ขาวตั้งยอดแข็งแล้ว
ตีแป้งกับเนยให้เป็นเม็ดร่วนๆ หมายถึง การตีแป้งกับเนยด้วยความเร็วต่ำ เพื่อให้แป้งหุ้มเนย มีลักษณะเป็นเม็ดร่วนๆ เล็กๆ เท่ากับเมล็ดถั่วเขียว เราจะใช้วิธีนี้ในการทำพายร่วน หรือการผสมเค้กเนยแบบเบลนดิ้ง (การผสมแป้งกับไขมันให้เข้ากันจนเม็ดแป้งถูกห่อหุ้มด้วยไขมันอย่างทั่วถึง หรือการทำสตรูเซลสำหรับใช้แต่งหน้าขนม)
นวดขนมปังจนขึงเป็นแผ่นฟีล์มบางๆ หมายถึง ขั้นตอนการทดสอบแป้งขนมปังที่นวดได้ที่แล้ว สังเกตได้จากเมื่อก้อนแป้งนวดจนเนียน ให้หยิบก้อนแป้งก้อนเล็กขึ้นมา แล้วขยายก้อนแป้งก้อนนั้นออก โดยใช้มือขยับขยาย จนมีลักษณะเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ โปร่งแสง ก็แสดงว่านวดขนมปังได้ที่แล้ว
สปันจ์ขนมปังหมักจนเป็นเส้นใย หมายถึง การทำขนมปังแบบสองขั้นตอน โดยต้องหมักสปันจ์ไว้ก่อน เมื่อสปันจ์หมักได้ที่แล้ว เราสามารถทดสอบได้โดยการใช้นิ้วแหวกดู จะเห็นเป็นเส้นใย เหมือนใยหยาบๆ มีโพรงอากาศเกิดขึ้น แสดงว่าสปันจ์หมักได้ที่แล้ว
ที่มา: สารยูไนเต็ด คอลัมภ์ นานาสาระกับเบเกอรี่ ฉบับที่ 188 ธันวาคม
07:55 Posted in Bekery | Permalink | Comments (1) | Email this
2006.06.19
Chocolateship & Cashew Nut Soft Cookie

มีคนบางคนแง้ว ๆๆๆ มาหลายรอบแล้ว ว่าอยากกินคุ้กกี้นิ่ม ๆ แบบของแบรนหรู ๆ อย่าง มิสซิส ฟิลล์ ไอ้เราเองก็กว่าจะควานสูตรได้ สุดท้ายก็ต้องใช้วิธีเดิม พึ่งเจ้ากระต่ายโหด แต่สูตรที่เอามาก็แปลงแล้วอ่ะนะ
เรามาดูกันดีกว่า ว่า มันมีอะไรบ้าง แล้วทำยังไง

ส่วนผสม
-เนย ¾ ก้อน (ประมาณ 170 g) 
-น้ำตาลทรายขาว ½ ถ้วย
-น้ำตาลทรายแดง ½ ถ้วย
-ไข่ 2 ฟอง 
-ผงฟู 1ช้อนชา 
-น้ำแต่งกลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา
-เกลือ ½ ช้อนชา
-นมสด 2 ช้อนโต๊ะ 
-แป้งตราว่าว 1ถ้วย
-แป้งตราพัดโบก 1ถ้วย 
*แป้งไม่ต้องร่อนนะ เพราะเป็นสูตร home made
-ชอคโกแลตชิพ ½ ถ้วย
-มะม่วงหิมพานต์คั่ว ½ ถ้วย

วิธีทำ
-ตีเนยจนเป็นขึ้นเป็นสีเหลืองนวล ๆ ขาว ๆ 
-ใส่น้ำตาลทรายขาว ตีๆๆๆๆ
-ใส่น้ำตาลทรายแดง ตีๆๆๆๆ
-ใส่ไข่ ทีละฟอง ใส่ฟองแรก ตีประมาณ 30วิ แล้วใส่อีกฟอง, นมสด และกลิ่นวานิลา ตีจนขึ้นฟู นุ่ม
-ใส่แป้ง ผงฟู เกลือ คลุกๆๆๆๆ ให้เข้ากัน
-ใส่ชอคโกแลตชิพและมะม่วงหิมพานต์คั่ว คลุกให้เข้ากัน
-หยอดเป็นก้อน ก้อนนึงประมาณ 1ช้อนโต๊ะ เว้นระยะห่างมาก ๆ (ขอที่หายใจหน่อย) 
-อบ 190 oC ประมาณ 20นาที
-แซะออกจากถาดพึ่งให้เย็นบนตะแกรงที่ปูกระดาษไขไว้

แหม คุ้กกี้จากเตาร้อน ๆ เนี่ย มันอร่อยจริง ๆ ^^ นุ่ม นิ่ม แล้วก็ไม่หวานเกินไปด้วย (มันจะบ่นว่าหวานน้อยไปรึป่าวหว่า -_-'') สูตรนี้ ทำได้ประมาณ 30ชิ้น ขึ้นกับวิธีการหยอด
แหม ๆๆๆ มันน่าชงชาอย่าง English Breakfast มาจิบคู่กันจริง ๆ เลย 
00:00 Posted in Bekery, Diary, Tea Party | Permalink | Comments (0) | Email this

















